วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เทคนิคในการรักษาความงาม

ตารางการทำงานในแต่ละอาทิตย์

1. Present สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
2. 22 กรกฏาคม 2551 ไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่วัดกลาง
3. นัดหมายประชุมกลุ่มสัมมนา วันที่ 23 กรกฏาคม 2551
4. 28- 5 กรกฏาคม สอบกลางภาค
5. 1-2 กรกฏาคม 2551 ไปคีรีวงค์

เทคนิคในการเลือกแหล่งท่องเที่ยว






ประเทศเกาหลี


ข้อมูลทั่วไป


ประวัติศาสตร์เริ่มจาก อาณาจักรโคโชซอน สถาปนาขึ้นโดย "ทันกุน" ต่อมาสมัยสามอาณาจักรแห่งเกาหลี(โคกูรยอ, แพ็กเจ, และชิลลา)ถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นสหอาณาจักรชิลลา ซึ่งมีพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง และต่อมา ค.ศ. 918 ได้สถาปนา[[อาณาจักรโคเรียว] หรือ โค-รยอ ซึ่งเป็นชื่อของเกาหลี (KOREA) และเมื่อราชวงศ์โชซอน(ราชวงศ์ลี)ครองอำนาจเปลี่ยนชื่ออาณาจักรใหม่ ชื่อ อาณาจักรโชซอนเมืองหลวงชื่อว่า ฮันยาง (กรุงโซล) มีลัทธิขงจื้อ เป็นคติธรรมประจำชาติ และได้ประดิษฐ์อักษรเกาหลี ขึ้น ในปี พ.ศ. 2453ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นจนกระทั่งสิ้นสุด สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้รับอิสรภาพอย่างถาวรประเทศเกาหลีแบ่งเป็น 2 ประเทศ คือ เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ โดย ประเทศเกาหลีใต้สถาปนาเป็น สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศเกาหลีเหนือ สถาปนา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

ภูมิศาสตร์

คาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางทิศใต้ทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาว 1,020 กิโลเมตร (612 ไมล์) และกว้าง 175 กิโลเมตร (105 ไมล์) ณ จุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทร พื้นที่ 70% ของประเทศเป็นเทือกเขา จึงจัดเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินที่เป็นหินแกรนิตและหินปูนทำให้เกิดภูมิประเทศที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ ประกอบด้วยเทือกเขาและหุบเขา เทือกเขา ตลอดชายฝั่งด้านตะวันออกสูงชันและทอดตัวลงสู่ทะเลตะวันออก ในขณะที่ชายฝั่งทางด้านใต้ และตะวันตก เทือกเขาค่อย ๆ ลาดลงต่ำสู่ที่ราบชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีโดยเฉพาะในด้านการผลิตข้าว คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ที่บริเวณเหนือเส้นขนานที่ 38 คือ ประเทศระบอบประชาธิปไตย สาธารณรัฐเกาหลีอยู่ทางใต้ และประเทศระบอบคอมมิวนิสต์ เกาหลีเหนือ โดยถูกคั่นกลางโดยเขตปลอดทหาร ประเทศเกาหลีใต้มีพื้นที่ 99,500 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 47.9 ล้านคน (ค.ศ. 2003) ประกอบด้วย 9 จังหวัด (โด) กรุงโซลเป็นเมืองหลวงของประเทศ และประกอบด้วยเมืองใหญ่ ๆ 6 เมือง คือพูนซา น แทกู อินชน ควางจู แทจอน และ อุลซาน รวมมีเมืองทั้งหมด 77 เมือง (ซี) 88 มณฑล (กุน) ใน 9 จังหวัด

การเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ

การเมือง หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2491 คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยเส้นละติจูดที่ 38 องศาเหนือ (มักเรียกว่าเส้นขนาน 38) โดยสหภาพโซเวียตดูแลเกาหลีเหนือมีการปกครองระบอบสังคมนิยม ส่วนสหรัฐอเมริกาดูแลเกาหลีใต้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ศาสนา ชาวเกาหลีเหนือนับถือศาสนาพุทธ 23.33% ศาสนาคริสต์ 0.05% และ ไม่นับถือศาสนา เศรษฐกิจ เปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรม


กรุงโซล ในปีที่ 3 ของการปกครองของราชวงศ์โชซอน (ปี ค.ศ.1394) นั้นได้มีการย้ายเมืองหลวงมาที่กรุงโซลและตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลากว่า 600 ปีแล้วที่กรุงโซลกลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการคมนาคม ในปัจจุบันประชาชนชาวเกาหลีจำนวน 1 ใน 4 ใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโซลที่ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางและศูนย์รวมของความรู้ทั้งปวง ที่กรุงโซลมีการเก็บวัตถุโบราณของราชวงศ์โชซอนไว้มากมาย นั่นคือประตูทงแดมุน และนัมแดมุน พระราชวัง 5 แห่ง อันมีชื่อว่า เคียงบกกุง ชางด๊อกกุง ชางเกียงกุง ถ๊อกซูกุง และเคียงฮุยกุง หลุมผังศพกษัตริย์ต่าง ๆ อันรวมถึงฮองเนิง ซอนจองเนิง และซุงเคียนกวัน สถาบันสอนลัทธิขงจื๊อของกรุงโซล มรดกของกรุงโซล แพร่หลายไปทุกหนแห่ง ในเวลาเดียวกัน กรุงโซลก็ผงาดขึ้นโดดเด่นในแง่ของความทันสมัย และสถานที่ที่น่าดึงดูดใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกล๊อตเต้เวิลด์ หรือหอคอยกรุงโซลอันถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซลทีเดียว หอคอยติดไฟสว่างไสวตลอดคืน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์และสวนสาธารณะต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าอื่น ๆ สโมสรแจ๊ซซ์ ร้านกาแฟ สถานคาสิโน เป็นต้น ทั้งหมดนี้ทำให้กรุงโซลเป็นสถานที่ที่ท่านจะพบกับความพอใจและความเพลิดเพลินอย่างที่ท่านต้องการ ทัวร์กรุงโซลซื้อตั๋วเพียงใบเดียว ก็สามารถเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงโซลได้มากมาย รถทัวร์กรุงโซลเป็นที่นิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเอง และกระทั่งคู่รักหนุ่มสาว รถทัวร์จะมีสองเส้นทาง คือรถทัวร์ชมตัวเมือง และรถทัวร์ชมพระราชวัง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถจะลงจากรถที่ใดก็ได้ หลังจากนั้นก็สามารถขึ้นรถและออกเดินทางต่อไปได้ รถบัสขนาด 35 ที่นั่งนี้จะมีอุปกรณ์หูฟังซึ่งจะให้ข้อมูลการท่องเที่ยวในภาษาเกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และฝรั่งเศส รถทัวร์ชมตัวเมือง จะให้บริการตั้งแต่ 9.00 น.– 21.00 น. ส่วนรถทัวร์ชมพระราชวัง จะให้บริการตั้งแต่ 9.00 น. – 17.00 น. โดยจะออกทุก ๆ 30 นาที บริการรถทัวร์นี้จะหยุดให้บริการในวันจันทร์ ผู้โดยสารจะขึ้นรถทัวร์จากที่ใดก็ได้ในเส้นทาง หรือที่ร้านปลอดภาษีดองวา ที่สถานีควางฮ-วามุน (รถไฟใต้ดินกรุงโซลสายที่ 5 ทางออกที่ 6) ตั๋วเที่ยวเดียวราคา 5,000 วอน ส่วนตั๋ววัน (ทัวร์ชมตัวเมืองและพระราชวัง) ราคา 10,000 วอน มีเส้นทางเดินรถดังนี้ ทัวร์ชมตัวเมืองควางฮวามุน -> พระราชวังถ็อกซูกุง -> โรงแรมล็อตเต้ -> ตลาดนัมแดมุน -> สถานีรถไฟโซล -> ยูเอสโอ -> อนุสรณ์สถานสงคราม -> ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ยงซาน -> โรงแรมอีแทวอน -> โรงแรมคราวน์ -> เมียงดง -> หมู่บ้านนัมซานฮันอก -> โรงแรมโซฟิเทล แอมบาสซาเดอร์ -> โรงละครแห่งชาติ -> หอคอยโซล -> โรงแรมไฮแอท -> โรมแรมทาวเวอร์ -> โรงแรมชิลลา -> ตลาดทงแดมุน -> ถนนเทฮังโน -> พระราชวังชางเกียงกุง -> พระราชวังชางด๊อกกุง -> อินซาดง -> ชองวาแด (ทำเนียบสีฟ้า) -> พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ -> พระราชวังเคียงบกกุง -> พิพิธภัณฑ์ตำรวจ -> ศูนย์กลางศิลปการแสดง เซจงเซ็นเตอร์ -> ควางฮวามุน ทัวร์ชมพระราชวังควางฮวามุน -> พระราชวังถ็อกซูกุง -> ศูนย์ข่าวเกาหลี -> ตึกเคียวโบ -> ถนนอินซาดง -> พระราชวังชางด๊อกกุง -> ถนนแทฮังโน -> พระราชวังชางเกียงกุง -> พระราชวังชางด๊อกกุง -> ถนนอินซาดง -> ชองวาแด (ทำเนียบสีฟ้า) -> พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ -> ศูนย์กลางศิลปการแสดง เซจงเซ็นเตอร์ -> ควางฮวามุน

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
- ชายหาด Songdo เป็นชายหาดแห่งแรกของเมืองปูซาน และเป็นชายหาด ที่ขึ้นชื่อว่ามีหิน ลักษณะแปลกประหลาด ชายหาด Songdo มีสะพานแขวนสำหรับเชื่อมไปยังแผ่นดินใหญ่ด้วย ชื่อของชายหาดสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของชายหาดแห่งนี้มาก เนื่องจากคำว่า song แปลว่า ป่าต้นสน ขณะที่คิดว่า do แปลว่าเกาะ
- ชายหาด Dadaepo ตั้งอยู่ระหว่าง Eulsudo ซึ่งเป็นสถานที่อาศัยของนกที่อพยพมานับหลายหมื่นตัว กับ ท่าเรือ Gamcheon ที่ติดกับมหาสมุทร ส่วนบริเวณด้านข้าง ติดกับปากแม่น้ำตอนกว้าง ที่น้ำจืดและน้ำเค็มมาบรรจบกัน
- ชายหาด Haeundae บนเกาะ Dongbaek แรกเริ่มบริเวณแห่งนี้ มีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งที่ตั้งของน้ำพุร้อน และต่อมา กลายเป็นแหล่งพักผ่อนที่ได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว จะหนาแน่นไปด้วยผู้คน และถึงแม้ว่าในช่วงที่อากาศหนาวเย็น ผู้คนก็ยังคงนิยมเดินเล่นและเล่นว่าวท่ามกลางอากาศที่สดชื่นของชายฝั่ง ลักษณะของชายหาดเป็นหาดโค้งเว้ายาว 2 ก.ม. (1.3 ไมล์) และน้ำไม่ลึกมากชื่อ Haseundae ได้มาจากนามปากกา Hae-un ของนาย Choi-Choi Won นักการเมืองของเกาหลีที่หลงเสน่ห์ของความงามบนเกาะนี้ นอกจากนี้ บริเวณจุดศูนย์กลางของชายหาด ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำ ซึ่งเพิ่งก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2001 ที่ผ่านมานี้เอง บริเวณชายหาดแห่งนี้ยังคงรายล้อมไปด้วยบ่อน้ำพุร้อน และ สถานที่ที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย อาทิ Suyoung Yachting Centre ที่ไม่นานมานี้ ก็ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะและศูนย์กลางนิทรรศการแห่งเมืองปูซานด้วย และผู้ที่นิยมการรับประทานอาหารทะเล ริมหาดด้านหนึ่งจะเป็นแหล่งร้านอาหารทะเลสดๆ ที่คุณสามารถชี้เลือกอาหารสดและให้พ่อครัวทำตามเมนูที่คุณเลือกได้ทั้ง ปิ้ง ย่าง อบ นึ่ง ได้ทันที เทศกาลงานรื่นเริงจัดขึ้นที่นี่ทุกปี รวมทั้งการแข่งขัน ไตรกรีฑาในเดือนมิถุนายนและการร่วมว่ายน้ำแบบหมีขั้วโลกในเดือนมกราคม- ชายหาด Songjeong ตั้งอยู่บนพื้นที่ 40,000 ตารางกิโลเมตร สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 144,000 คน ชายหาดแห่งนี้จัดได้ว่าเป็นชายหาดที่เงียบสงบและคงความเป็นธรรมชาติไว้มากที่สุด ชายหาดนี้เป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวไปพักผ่อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 1965 แต่นักท่องเที่ยวทั่วไปจะไม่ได้รับอนุญาต ให้เข้าไปท่องเที่ยวที่หาดทรายสีขาวทางชายฝั่งตะวันตก เนื่องจากเป็นเขตที่พักสำหรับทหาร ต่อมาปี 1993 หาดดังกล่าวจึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้- สวนสาธารณะ Geumgang ตั้งอยู่แนวภูเขาฝั่งตะวันออกของภูเขา Geumjeong อุทยาน Geumgang นี้ เต็มไปด้วยป่าสน ล้อมรอบด้วยหิน และหน้าผา เหมือนภาพจำลองของภูเขา Geumjeong ในอดีตอุทยานแห่งนี้ถูกเรียกว่า Sokeumgang (small Geumjeong) อุทยานดังกล่าวเป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญในอดีต เนื่องจากเต็มไปด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุ นอกจากนี้ ยังเป็นบริเวณที่ออกกำลังกายของผู้ที่เอาใจใส่สุขภาพ รวมไปถึงสวนสัตว์ และสวนพฤกษชาติ อุทยาน Geumgang ยังมีกระเช้าลอยฟ้า สำหรับผู้ที่ไม่กลัวความสูง จะได้ชื่นชมทัศนียภาพในมุมมองจากข้างบน และห่างไปไม่ไกลจากสวน Guamgang เป็นที่ตั้งของสปาที่ชื่อว่า Dongnae
- สวนสาธารณะยองดูซาน ที่นี่จะให้ความประทับใจแก่ท่าน ด้วยความเขียวชอุ่มบนเนินเขาใจกลางเมือง และเป็นสถานที่ตั้งของหอคอยปูซาน ที่ท่านสามารถมองเห็นภาพตัวเมืองปูซานอันตระการตา และในวันที่ท้องฟ้าอากาศแจ่มใส ท่านจะสามารถเห็นชายฝั่งประเทศญี่ปุ่นได้ ที่สวนสาธารณะยองดูซาน ท่านสามารถชมหอคอยที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นด้วยความสูงถึง 120 เมตร บนหอคอยจะเป็นจุดพักชมวิว ส่วนด้านหน้าจะเป็นอนุสาวรีย์ของนายพล ยี ชุน ชี วีรบุรุษของคนเกาหลีในสมัยศตวรรษที่ 16 ในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกคาบสมุทรเกาหลี โดยรบชนะด้วยการใช้เรือรบพิเศษที่เรียกว่า โคบุกซอน หรือเรือเต่า
- สวนสาธารณะ Daesin เป็นอุทยานที่นักท่องเที่ยวนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขา Gubong ที่มีชื่อว่าเป็นบริเวณป่าหนาทึบที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมโดยเฉพาะในช่วงที่มีเทศกาลไฟ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีบนเทือกเขา Gubong บริเวณอุทยานหรือสวนสาธารณะนี้ ยังมีอุปกรณ์การกีฬาและอุปกรณ์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจไว้บริการประชาชน รวมทั้งบ่อน้ำร้อนที่คุณจะพบได้ทั่วๆ ไป

- สวนสาธารณะ Daecheon หรือ (Central Park) อุทยาน Daecheon นี้ ตั้งอยู่ในเขต Yeongju-dong บริเวณตอนเหนือของอุทยาน จะเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ หรือที่เรียกว่าหอ ที่ระลึกซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกแก่ทหารกล้าและตำรวจที่สละชีพเพื่อรักษาเกาหลีไว้ เนื่องจาก ในระหว่างที่เกิดสงครามเกาหลี มีผู้อพยพมาในเมืองปูซานมากมาย ซึ่งต่อมาหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลง บริเวณชุมชน ก็ขยายเป็นหมู่บ้านและที่พัก โดยหอดังกล่าวได้สร้างขึ้นเมื่อปี 1948 มีความสูง 70 เมตร และมีลักษณะเป็นเสารูปโดมครึ่งวงกลม 9 เสา
- สวนสาธารณะ Taejongdae ตั้งอยู่บนพื้นที่ 160,000 ตารางกิโลเมตร ทางตอนใต้ ของเมืองปูซาน ภายในสวนแห่งนี้ ประกอบด้วยประภาคาร และดาดฟ้า ที่สามารถชมทิวทัศน์ของเมืองบนเกาะได้ นอกจากนี้ ยังมีป่าทึบ ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแบบกึ่งเขตร้อน ประเภท คามิลเลียน ต้นแม็กโนเลีย และต้นสน อย่างไรก็ดี ป่าแห่งนี้ จะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายนของทุกปี เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้ สวนสาธารณะ Taejongdae ยังมีหน้าผา และหินรูปร่างแปลกประหลาด ที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีฟ้าสวย ถนนวงแหวนที่ล้อมรอบ Taejongdae กลายเป็นสถานที่ออกกำลังกายชั้นดีสำหรับนักวิ่งและนักเดินเล่นทั้งหลาย รวมไปถึงเป็นที่ที่เหมาะแก่การขับรถเล่น นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีรถรางที่ให้บริการเชื่อมระหว่างวัด Taejongsa ประภาคาร และจุดชมวิว ราคาค่าโดยสารประมาณ 1,500 วอนสำหรับผู้ใหญ่ 1,000 วอนสำหรับเด็กโต และ 600 วอนสำหรับเด็กเล็ก
- วัดโพโมซา (Boemoesa Temple)เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองปูซาน สร้างในปลายคริสศตวรรษที่ 7 ในสมัยอาณาจักรชิลลารุ่งเรือง ซึ่งเป็นยุคทองของศิลปวัฒนธรรมเกาหลี วัดโพโมซานี้ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันออกของภูเขาคุมจอง การชมวัดนี้จึงต้องค่อยๆ เดินไปตามบันไดที่สร้างขึ้นบริเวณวัด
วัดทงโดซา (Tongdosa Temple)ห่างจากเมืองปูซานไปทางตอนเหนือ 46 ก.ม. มีรถประจำทางวิ่งระหว่างเมืองจากสถานีรถปูซาน - ทงบู วัดทงโดซามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของเกาหลี สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรชิลลา (Shilla Reign) ภายในประกอบด้วยตึกอารามต่างๆ มากกว่า 50 ตึก และด้วยประวัติความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 3,000 ปี ของวัด จึงกลายเป็นแหล่งสำคัญทางโบราณสถานและที่สำคัญยังเป็นที่เก็บวัตถุทางพุทธศานาอันมีค่า รวมถึงมีทัศนียภาพอันงดงามด้วย
- วัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple)ตั้งอยู่บริเวณเคียงจู ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับเมืองปูซาน ด้านหน้าของวัดจะเป็นสระน้ำแห่งปัญญา ที่มีสะพานหินทอดข้ามสู่ประตูเทพพิทักษ์ทั้ง 4 ด้าน เป็นวัดเก่าแก่ในพุทธศาสนา เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 526 ในราชวงศ์ของกษัตริย์ชิลลา หลังจากที่ราชวงศ์ชิลลาได้รับเอาพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำราชวงศ์ จนกระทั่งในปี 1593 วัดแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกชาวญี่ปุ่นเผาทำลาย

เส้นทางน้ำ ฮัลยอซูโด ครอบคลุมอาณาบริเวณ 400 เกาะเลียบชายฝั่งด้านตะวันตกของเมืองปูซาน มีความยาวถึง 93 ไมล์ เริ่มจากโคเจ ด้านใต้ของเมืองไปจนถึงเกาะยอซุ ทางด้านตะวันตก ทะเลส่วนนี้มีเกาะแก่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งบางทีเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทะเลสาบ โดยทะเลถูกแบ่งออกเป็น 6 ส่วน และมีทิวทัศน์ธรรมชาติอันน่าทึ่ง รวมทั้งมีสถานที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์มากมาย และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง คุณต้องไม่พลาดที่จะเดินชมตลาดบริเวณชอมยอน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมล็อตเต้ปูซาน ซึ่งนอกจากจะมีการขายของบนพื้นแล้ว ยังมีช้อปปิ้ง มอลล์ ใต้ดิน ซึ่งอยู่ในบริเวณของสถานีรถไฟใต้ดินของเมืองปูซานด้วย รถไฟของเมืองมีสองสายด้วยกัน สถานีที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ นัมโพดง ที่นอกจากบริเวณใต้ดินเป็นช้อปปิง มอลล์แล้ว ด้านบนยังเป็นประตูสู่ตลาดกุกเจ (Kukje) หรืออินเตอร์เนชั่นแนล ที่เป็นตลาดขายของสารพัดตั้งแต่หลังสงครามเกาหลี บริเวณนี้จะมีสินค้านานาชนิดมาวางขาย ซึ่งบางอย่างก็ราคาใกล้เคียงกับประเทศไทย บางอย่างก็มีราคาถูกกว่า ในบริเวณกุกเจนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ที่มีทั้งแบบให้เลือกกินข้างทาง ยืนกินข้างแผง จนกระทั่งนั่งในร้านย่างๆ ปิ้งๆ โดยตลาดแห่งนี้เปิดตั้งแต่ 09.00 น.-20.00 น. โดยฝั่งตรงข้ามจะเป็นตลาดปลาชากัลชิ (Chagalchi) ที่มีทั้งมีร้านจำหน่ายปลาสดและปลาแห้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากท้องทะเลอื่นๆ นอกจากตลาดกุกเจแล้ว ยังมีตลาดซัวมุน (Saomun) ซึ่งเป็นตลาดท้องถิ่นเก่าแก่ของเมืองแดกู ที่อยู่ใกล้กับเมืองปูซาน บรรยากาศของตลาดที่นี่คล้ายๆ กับตลาดประตูน้ำ หรือ ตลาดบางลำพู ในประเทศไทย คือ มีทั้งเสื้อผ้าโหล รองเท้า กระเป๋าถือ เป้ รวมไปถึงเครื่องเซรามิก หรือแม้แต่อาหารต่างๆ สินค้าของเมืองปูซานที่แนะนำคือ เครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่ เสื้อผ้าต่างๆ โดยเฉพาะ ชุดแต่งกายต่างๆที่ทำจากวัสดุนานาชนิดและสีสันต่างๆ รวมทั้งผ้าไหม เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะโสมที่ใช้สำหรับบำรุงกำลังและสามารถนำมาสกัดเพื่อลดไขมันได้ รวมถึงกิมจิ ที่กลายเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลีไปแล้ว เป็นต้น
เทศกาลสำคัญ
เทศกาลภาพยนตร์เมืองปูซานตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค. ของทุกปี ผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ ต้องไม่พลาดเทศกาลหนังที่เมืองปูซานที่โรงละคร Nampo-dong และเวทีกลางแจ้งบริเวณอ่าว Suyeongman ในเทศกาลนี้ คุณจะได้ชมภาพยนตร์กว่า 200 เรื่องจาก 60 ประเทศ รวมถึงหนังสารคดี และภาพยนตร์เคลื่อนไหวต่างๆ เทศกาลชายหาดของเมืองปูซานที่หาด Gwangalli ในเดือน ส.ค. ของทุกปี คุณจะได้ชมการแสดง การเต้นโชว์ การแสดงดนตรี อาทิ การแสดงของวงออเคสตร้า รวมไปถึงการเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น วินด์เซิร์ฟ และการเล่นเรือใบ ฯลฯเทศกาลอาหารที่ตลาด Jagalchi เดือน ต.ค. ของทุกๆ ปี คุณต้องไม่พลาดที่จะแวะมาที่ตลาด Jagalchi เพี่อร่วมงานเทศกาลอาหารทะเลและชมการสวดมนตของชาวประมงเพื่ออ้อนวอนต่อเทพเจ้าแห่งทะเล เพื่อขอให้จับปลาได้มาก ๆ และขอให้รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง ลิ้มรสขนมประเภทอบ ขนมพายและยังได้สนุกสนานกับการเลือกซื้อสินค้าลดราคาอีกด้วย สนามบินนานาชาติ Pusan Kimhae สามารถรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 15 ล้านคน มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ ไปยัง 10 เมืองสำคัญใน 7 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน ไทย ไซปัน ฯลฯ

ท่านใดสนใจอยากเที่ยวประเทศเกาหลี ตามละครรัก ก็ลองอ่านรายละเอียดของทริปนี้ดูน่ะครับ รับสมาชิกที่สนใจเดินทางแบบมันส์ๆนี้ตั้งแต่ 11 - 18 ท่าน

วันที่ 1 วันเสาร์

07.00 เดินทางถึงสนามบินอินชอน รับกระเป๋า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
08.00 รถมินิบัสมารับเพื่อเดินทางไปเกาะนามิ แวะซื้อของทานเบาๆ รองท้อง
09.00 ถึงท่าเรือข้ามฝากไปยังเกาะนามิ ตามรอยละครดัง “เพลงรักในสายลมหนาว”ช่วงที่ไปอยู่ในช่วง
ฤดูใบไม้ร่วง แนวสนและต้นไม้บนเกาะก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว คงสวยในอีกบรรยากาศหนึ่ง ซึ่งต่าง
จากฤดูหนาวที่เราเคยเห็นในหนัง
11.00 เดินทางกลับขึ้นฝั่ง
11.30 ทานมื้อเที่ยงในเมืองชุนชอน
12.00 ชมสถานีรถไฟ และตลาดเมียงดง ชุนชอน
13.00 ออกเดินทางไปยังเมืองกังนึง
14.30 ถึงกังนึงเลี้ยวขาวไปเที่ยวหมู่บ้านเจิงดองจิน ชมสถานีรถไฟที่ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คว่าอยู่
ใกล้ชายหาดที่สุดในโลก ยังมีที่สวยในละแวกสถานีรถไฟ และยังมีอีกแห่งคือ เรียบทะเล ชื่อถนน
ฮวานวา ซึ่งสร้างติดแนวหน้าผาและทะเลอยู่ระหว่างหมู่บ้านเจิงดองจิน และ หมู่บ้าน Geumjin ซึ่ง
มีที่มาและที่ไป ไว้เล่าให้ฟังทีหลัง ย้อนกลับไปทางกังนึง ก็มีหาดที่มีชื่อของชายฝั่งตะวันออก คือ
หาดเคียงโปแท ห่างจากกังนึงไปประมาณ 10 นาที ห่างออกไปอีก 15 นาที ก็จะเป็นทะเลสาบเคียง
โปโฮ ทั่วบริเวณนี้จะมีป่าสนและกุหลาบป่าขึ้นอยู่ทั่วไป น้ำในทะเลสาบก็นิ่งสนิทและใสราวกับกระจก
และจะสวยยิ่งขึ้นในวันพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งเราจะเห็นพระจันทร์ถึง 5 ดวงที่นี่ คือ 1 ดวง บนฟากฟ้า
อีก 1 คือเงาในทะเล ดวงที่ 3 เงาในทะเลสาบ ดวงที่ 4 อยู่ในแก้วไวน์ และดวงสุดท้ายอยู่ในดวงตา
ของเธอ (หวานซะ... อ่านแล้วฝันถึงใครบางคนเลย.... จุงซางของฉัน) ใกล้เคียงกันก็เป็นพลับพลา
เคียงโปแท ซึ่งมีบทกลอนสลักที่มีชื่อเสียงไว้
17.00 ย้อนกลับไปเมืองโซคโช เข้าที่พัก เดินชมเมือง
18.00 ทานมื้อเย็น
19.00 เดินชมเมือง ตลาดเมืองโซคโช เข้าที่พัก นอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้ตื่นเช้าไปดูพระอาทิตย์
วันที่ 2 วันอาทิตย์
05.30 นั่งรถเมล์ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ โซรัค ซันไลน์
06.30 นั่งรถเมล์กลับเข้าที่พัก อาบน้ำ ทานมื้อเช้า และเช็คเอาท์ ซื้อข้าวกล่อง
08.30 ออกเดินทางไปเที่ยวเขาโซรัคซาน
08.45 ถึงทางเข้าอุทยาน เสียค่าเข้าชม ก่อนเดินขึ้นเขา ถ่ายรูปทิวทัศน์บนยอดเขาอันสวยงาม ต้องมีขาที
แข็งแรงใช้เวลาไป-กลับ 2-4 ชั่วโมง ใครเดินไม่ไหวแนะนำให้ขึ้นกระเช้า หรือเที่ยวอยู่ข้างล่าง ไป
เที่ยวน้ำตก ที่นี่เหมาะกับการเดินป่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่เทือกเขาแห่งนี้มี
ทางขึ้นชมได้หลายจุด ซึ่งเห็นทิวทัศน์แตกต่างกันในแต่ละยอด ส่วนยอดที่เราไปจะมองเห็นเมือง
โซรัคและทะเลตะวันออกแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว และเป็นจุดที่แนะนำ เดินง่าย แต่อย่าลืม
ออกกำลังขานะ สูงไม่ใช่เลย หวิวอีกตะหาก
11.45 ขึ้นรถกลับลงเขา เพื่อทานมื้อเที่ยง
12.00 แวะทานมื้อเที่ยง “ข้าวกล่อง”
12.30 ออกเดินทางต่อไปยังเมืองอันดง ถ้ามีเวลาพอและสามารถแวะเที่ยวทะเลสาปอันดงกัน
15.30 ถึงเมืองอันดง ตามรอยละครเรื่อง “Sweet 18” เที่ยวชมเมืองและถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ เป็นเมืองที่
ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือน ประเพณีปฏิบัติและการแต่งกายไว้เป็นอย่างดี
17.30 เดินทางเข้าที่พักในหมู่บ้าน ชองฮักซอง บ้านพักโฮมสเตย์เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลี
18.30 ทานมื้อเย็น พักผ่อนตามสบาย

วันที่ 3 วันจันทร์
07.30 ทานมื้อเช้า เช็คเอ้าท์ เดินเล่นภายในหมู่บ้าน
08.30 ออกเดินทางไปเมืองเคียงจู แวะถ่ายรูประหว่างทาง
11.30 ถึงเมืองเคียงจู เข้าที่พัก เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นพิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง มีสาเหตุบอกกันทีหลัง
12.00 ทานมื้อเที่ยง
13.00 เที่ยววัดพุลกุกซา และวัดถ้ำช๊อคกูรัม
16.30 ชมสระอั๊บจิ หอดูดาว ถ้ำน้ำแข็ง และป่าเยริมเดินได้นานเท่าที่ต้องการ โดยเฉพาะในใบไม้เปลี่ยนสี 18.00 ชมสุสานทูมูลี เป็นสุสานกษัตริย์ในสมัยชิลล่า ตั้งอยู่กลางเมือง
18.15 ทานมื้อเย็น
19.00 เดินชมเมืองต่อ หรือ กลับที่พัก

วันที่ 4 วันอังคาร
08.00 ทานมื้อเช้า เช็คเอ้าท์
09.00 ชมพิพิธภัณฑ์อุทยานแห่งชาติเคียงจู มีทั้งที่จัดตั้งไว้ภายในอาคาร และกลางแจ้ง ซึ่งรวบรวมวัตถุ
โบราณที่ค้นพบในเมืองนี้ไว้ที่นี้ทั้งหมด10.00 ออกเดินทางไปเมืองแทกู
09.50 ถึงเมืองแทกู เที่ยววัดเฮอินซา
10.30 ออกจากแทกูไปเมืองชนจู
12.30 ถึงเมืองชนจู เที่ยวแหล่งท่องเที่ยว Gyeonggijeon Shrine, Jeondong Cathedral, Pungnammun
Gate, Deokjin Park และ Hanbyeokdang Parvillion (พยายามเยี่ยมชมสถานที่น่าสนใจและเช้า
ชมฟรี)
18.00 เข้าที่พัก
18.30 ทานมื้อเย็น
19.30 เดินชมเมือง พักผ่อน

วันที่ 5 วันพุธ
07.30 ทานมื้อเช้า เช็คเอ้าท์ เดินชมเมือง
08.30 ออกเดินทางต่อไปยังเมืองซูวอน
10.00 ถึงเมืองซูวอน ผ่าน สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ แวะถ่ายรูป
10.30 เข้าชมป้อมฮวาซอง เป็นอีกฉากหนึ่งในละครดัง “แด จัง กึม”
12.00 แวะทานมื้อกลางวัน
13.00 ออกเดินทางจากซูวอนเข้ากรุงโซล
14.00 ถึงกรุงโซล เข้าที่พักย่านจุงโน พักผ่อน ล้างหน้าล้างตา
14.30 รถไปส่งที่สถานีรถไฟกรุงโซล และคืนรถ
14.45 เดินชมสถานีรถไฟโซล สถานที่ถ่ายทำละครหลายเรื่อง “สปริง วอลซ์”
17.00 ต่อไปยังตลาดนัมแดมุน ซึ่งมีประตูเมืองที่สวยที่สุดและเป็นตลาดค่าส่งกลางแจ้ง เลือกชมและซื้อ
สินค้า ทานมื้อเย็น
19.00 ถ่ายรูปคลองชองเกซอง ซึ่งเคยเป็นคลองน้ำเสียมาก่อนได้รับการปรับปรุงใหม่ ใส่น้ำตกและแต่งไฟ
จนสวยงาม
21.00 เดินทางในย่านอินซาดง ใกล้ที่พัก เป็นถนนสายศิลปะอีกเส้นหนึ่ง หนุ่มสาวชอบมาเดินกัน

วันที่ 6 วันพฤหัส
07.30 ทานมื้อเช้า
08.30 เดินชมใบไม้เปลี่ยนสีเรียบถนนข้างทำเนียบประธานาธิบดี ไปจนถึงประตูกวงฮวามุน
09.00 ชมพระราชวังเคียงบ๊กกุงและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลี
10.30 ชมการเปลี่ยนเวรยามของทหารราชองค์รักษ์ทางประตูทิศกวงฮวามุน ประตูทางเข้าหลัก
11.00 เดินชมใบไม้เปลี่ยนสีไปยังพระราชวังชางด๊กกุง
11.30 ชมภายในพระราชวัง(ใช้ไกด์ภาษาอังกฤษ)
13.00 ออกจากพระราชวังชางด๊กกุง แวะทานมื้อเที่ยงบริเวณใกล้เคียง
14.00 เดินเลียบถนน ยุลจงโน ชมใบไม้ร่างและเดินไปชมพระราชวังชางเคียงกุงและศาลเจ้าชงเมียว/เข้า
ชม
15.00 นั่งรถไปชมสวน Naksan Park อยู่ในเขานัมซานชมโลเกชั่นถ่ายทำละครเรื่อง Lovers in Paris 16.30 เดินชมตลาดทงแดมุน เป็นตลาดกลางแจ้งขายเสื้อผ้าแฟชั่นและมีห้างใหญ่ๆ เหมาะสำหรับการช๊อป18.00 ทานมื้อเย็นแถวทงแดมุน
19.00 กลับเข้าที่พัก / ซื้อไนท์ทัวร์เที่ยวรอบเมือง / นั่งรถเมล์ไปเที่ยวสวนสาธารณะบนเขานัมซาน (Eng,
Kor, Jpn, Chn)

วันที่ 7 วันศุกร์
07.30 ทานมื้อเช้า
08.00 นั่งรถไปเกาะยออิโด
08.30 เดินชมทิวทัศน์แม่น้ำฮันและสวนสาธารณะ
09.30 ผ่านตึก LG Twin Tower และอาคารรัฐสภา และตึก KLI 63 Building ชั้นบนสุดเป็นฉากในเรื่อง
My Girl
11.00 เข้าชมสถานโทรทัศน์ KBS
13.00 ทานมื้อเที่ยงแถวเกาะยออิโดหรือนัมซาน
14.05 แวะเที่ยวพิพิธภัณฑ์นัมซานกลฮันอก เป็นที่รวบรวมวัฒนธรรมเกาหลีมาไว้ที่นี่ที่เดียวเลย
15.00 ไปตลาดอิแทวอนย่านช๊อปปิ้งสำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะมีทั้งแฟชั่นแบรนด์เนมและก๊อปราคาถูก
18.00 ทานมื้อเย็นที่นัมแดมุน
19.00 เดินกลับที่พัก ชมชีวิตวัยรุ่นยามค่ำคืนที่อินซาดง

วันที่ 8 วันเสาร์
08.30 ทานมื้อเช้า
09.00 เดินเล่นในย่านที่พัก แวะไหว้พระวัดโชเกซา ชมสวนทับกล หอระฆังโพชินกัก และตึกจุงโนดูวิวกรุง
โซลชั้นบนสุด
10.30 นั่งรถต่อไปเที่ยว ย่านถนนแทฮังโน ถนนสายศิลปะ ซึ่งมีการแสดงหลากหลายในวันเสาร์และอาทิตย์
12.00 ทานมื้อเที่ยงย่านเมียงดง หาร้านกาแฟริมถนนสร้างบรรยากาศคล้ายกรุงปารีส ที่ถนน Apjujeong-
dong
13.30 เดินตะลุยย่านขายเสื้อผ้าแฟชั่น มีสินค้าหรูมือสองจำหน่าย รวมทั้งเครื่องสำอาง สุดถนนมีโบสถ์
คริสต์
14.00 พักเหนื่อยที่ สวนสาธารณะ Dosan Par
15.30 นั่งรถไฟใต้ดินไปลงหน้ามหาวิทยาลัย Ewha มหาวิทยาลัย Yonsei และมหาวิทยาลัย Hongik อีก
ถนนสายศิลปะที่พลาดไม่ได้
18.00 ทานมื้อเย็นเป็นอาหารพื้นเมืองย่านนัมแดมุน
19.00 กลับไปเดินย่านอินซาดง ดูวัยรุ่นใช้ชีวิตยามค่ำคืน หรือจะลองนั่งเรือล่องแม่น้ำฮันดูก็เข้าที

วันที่ 9 วันอาทิตย์
08.30 ทานมื้อเช้า เช็คเอาท์ ฝากกระเป๋าไว้กับเกสเฮ้าส์
09.00 ไปเที่ยวแถวซิตี้ฮอลล์ เดินดูดาวน์ทาวน์กรุงโซล ซื้อจะลองไปเที่ยวแถวอินชอนก็ดี ใกล้สบามบิน
12.00 ทานมื้อเที่ยงที่มันแดมุน
13.00 เดินย้อนกลับไปอินซาดง
16.00 กลับเกสเฮาส์ ขออาบน้ำเตรียมตัวเดินทางกลับ
17.00 นั่งรถแอร์พอร์ตลีมูซีนไปสนามบิน ทานมื้อเย็นที่สนามบิน
18.00 ถึงสนามบิน เดินถ่ายรูปภายในสนามบินที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดสนามบินของโลก
21.00 เครื่องออกจากสนามบินอินชอน กลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ

ทริปนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 9 วัน 8 คืน ไม่รวมวันเดินทางเดินทางไปในจุดต่างๆ ที่น่าสนใจ- ไปช่วงกันยายน หรือ พฤศจิกายน ราคาตั๋วของการบินไทย อยู่ที่ 19000 บาท โคเรียน แอร์ 20700 บาท


- ออกจากกรุงเทพดึกหน่อย ถึงอินชอนเช้าตรู่พอดี ส่วนสายการบินไทย
- ราคาเดียวตลอดคือ 16165 บาท รวมภาษีแล้ว ออกตี 1 ถึงอินชอน 8 โมงกว่าๆ
ซึ่งทั้ง 3 สายการบิน บินตรงไม่แวะที่ไหน
- คาร์เธแปซิฟิก 18580 บาทรวมภาษี เครื่องแวะที่ฮ่องกง ออกจากกรุงเทพ 18.40 น ถึงอินชอน 04.55 น. ช่วงที่แนะนำให้เดินทางคือช่วงปลายเดือนกันยายน ซึ่งใบไม้กำลังเปลี่ยนสี เตรียมการ์ดไปเยอะๆ นะ- โดเช่ารถตู้ 12 ที่นั่ง ตลอดการเดินทาง 5 วัน รับสมาชิกได้ตั้งแต่ 11 คนขึ้นไป (ถ้ามากกว่านี้เปลี่ยนเป็นมินิบัส)- ใช้บริการรถเมล์หรือรถไฟใต้ดินในกรุงโซลแทนรถเช่าในวันที่ 6 - 9
- พักเกสเฮาส์ราคาไม่สูงนัก ไม่เน้นความหรูหรา
- พักโฮมสเตย์ในเมืองอันดง
- อาหารไม่เน้นกินหรู แต่เน้นราคาประหยัดและรสชาติถูกปาก
- โปรแกรมเป็นการกำหนดขึ้นเอง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
- ค่าใช้จ่ายหลักโดยประมาณ 14000 บาทตลอด 9วัน ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ภาษีสนามบิน และอื่นๆ
อยากลืมนะไปกะทัวร์ จ่าย 3 หมื่นแต่ไปแค่ 4 วันเอง
- ลองเข้าไปดูตามลิงค์ว่าสถานที่สวย คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไปสำหรับทริปนี้หรือไม่